www.60thcelebrations.com
หน้าแรก
 
ประวัติความสำคัญของวัด
ประวัติเจ้าอาวาสในอดีต
ประวัติเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
ประเพณีและเทศกาล
กิจกรรมร่วมกับชุมชน
วิถีชุมชนประตูป่า
โรงเรียนวัดประตูป่า
ข้อมูลบ้านประตูป่า
แผนที่
Contact
   
  ลิ้งค์ที่น่าติดตาม
  เรื่องราวชาวไทยอง,ไทใหญ่,ไทลื้อ ในมุมมองของคณะวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
www.ethnictai.com
 
  เรื่องราวร้อยเรียง ลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ในชุมชนประตูป่า และใกล้เคียง นำเสนอตามที่เข้าใจ อ่านได้อ่านดีที่
จดหมายเหตุ ชุมชนประตูป่า
 
 

‘เมืองยอง’ วิถีคนยองและ ความแปร เปลี่ยน โดย : เคารพ พินิจนาม/ประชาไท

บ้านประตูป่า ชุมชนโบราณ ๒๐๐ ปี ลำพูน โดย จักรพงษ์ คำบุญเรือง

รายงานพิเศษ : ไตยองสองแผ่นดิน แผ่นดินนี้...มีแต่ความขมขื่น
โดย รัชนี รัตติกาล / ประชาไท

200 ปี ชาวยอง สิบสองปันนา ชาติพันธุ์ต้นตระกูลคนลำพูน
โดย พิมผกา ต้นแก้ว

 

 

บ้านประตูป่า ชุมชนโบราณ ๒๐๐ ปี ลำพูน
ที่มาข้อมูล จักรพงษ์ คำบุญเรืองเมื่อ: 28 พฤศจิกายน 2007


ในจำนวนกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า "ไท" นั้น มีประวัติศาสตร์และวิถีการดำเนินชีวิตอยู่ในดินแดนแถบ เอเชียบูรพามาเนินนาน อาจกล่าวได้ว่ากลุ่มคน "ไท" เป็นอารยชนที่เก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลกก็ว่าได้ ด้วยชนกลุ่มนี้มีลักษณะที่พิเศษทั้งการดำเนินชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมรวมถึงภาษาที่เป็นเอกลักษณ์

ในอดีตชนชาติไท แบ่งแยกตัวเองออกตามชื่อของหมู่บ้านที่อาศัย ส่วนใหญ่จะพบในแถบพื้นที่ลุ่มทางตอนใต้ของจีน กลุ่มชาวยองก็นับเป็นกลุ่มชนหนึ่งที่มีชื่อรวมอยู่ในกลุ่มชนชาวไท มีประวัติศาสตร์ของการดำเนินชีวิตและแบบแผนประเพณีอันเป็นของตนเองมาช้านาน กลุ่มชนนี้เป็นเสมือนต้นบรรพบุรุษของประชาชนชาวลำพูน

ประวัติศาสตร์ของเมืองยองก็คล้ายกับประวัติศาสตร์ของดินแดนต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็คือ มักเต็มไปด้วยสงครามการกวาดต้อนผู้คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกำลังคนที่มีต่อการสร้างชุมชนเมืองและพัฒนาขึ้นเป็นรัฐ หลังจากการกวาดต้อนจากเมืองยองมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองลำพูน เมื่อปี พ.ศ.2348 แล้ว ยังคงมีผู้คนจากเมืองยองอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเขตที่ราบเชียงใหม่ - ลำพูนอีกหลายครั้ง แต่หลักฐานที่ปรากฏอย่างชัดเจนและสามารถสืบค้นเรื่องราวได้นั้นมีอยู่เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น คือ ในปี พ.ศ.2356 และปี พ.ศ.2395

ใน พ.ศ.2347 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
เมื่อที่มั่นแห่งสุดท้ายของพม่าในล้านนาคือเมืองเชียงแสนถูกกองทัพของพระเจ้ากาวิละตีแตก ทำให้สภาพบ้านเมืองในเวลานั้นรกร้างว่างเปล่า ร้างผู้คน หลังจากที่เมืองเชียงใหม่และล้านนาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่านานถึง 200 กว่าปี พระเจ้ากาวิละจึงได้สร้างบ้านแปงเมืองขึ้นใหม่ โดยรวบรวมคนไทยกลุ่มต่าง ๆ จากหลายที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและเชียงราย โดยให้พระยาอุปราชเชียงใหม่ (เจ้าน้อยธรรมลังกา) ยกทัพไปตีหัวเมืองต่าง ๆ ของอาณาจักรสิบสองปันนา ตั้งแต่ เมืองยู้ เมืองหลวย เมืองเลน เมืองเชียงขวาง เมืองแล เมืองฮาย เมืองท่าล้อ เมืองวะ เมืองมาง ฯลฯ โดยได้ตั้งทัพอยู่ที่เมืองยอง

รุ่งขึ้นในปี พ.ศ.2348 พระเจ้ากาวิละจึงได้อพยพผู้คนจากเมืองยองและหัวเมืองต่าง ๆ ให้เข้ามาบูรณะเมืองเชียงใหม่และบางส่วนถูกส่งมาอาศัยอยู่ในเมืองลำพูน ซึ่งในยุคนี้เรียกได้ว่าเป็น "ยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง" ชาวยองที่เข้ามาอาศัยในเมืองลำพูนครั้งนั้น ได้กระจัดกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะตั้งบ้านเรือนอยู่ตามบริเวณที่ราบลุ่มเพื่อประโยชน์ในการเกษตร หมู่บ้านหรือชุมชนเหล่านี้ถือเป็นหมู่บ้านหลัก ต่อมาจึงได้ขยายชุมชนกระจายไปรอบ ๆ ตามสภาพภูมิประเทศและความจำเป็นในการประกอบอาชีพ เช่น บริเวณริมฝั่งแม่น้ำกวง แม่น้ำปิง แม่น้ำทา ภายหลังได้ตั้งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ได้แก่ บ้านเวียงยอง ริมฝั่งแม่น้ำกวง บ้านยู้ บ้านหลวย บ้านวังไฮ บ้านตอง บ้านหลุก บ้านหลิ่งห้า บ้านปิงห่าง ริมฝั่งน้ำปิง บ้านประตูป่า บ้านริมปิง บ้านฉางข้าวน้อย บ้านแซม เป็นต้น

ชาวยองที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านประตูป่า จังหวัดลำพูน
ก็เหมือนกับชาวยองจากหมู่บ้านอื่น ๆ แต่การจากเมืองยองมาในครั้งนั้นชาวบ้านได้นำเอาผลมะม่วงมาเป็นสะเบียงอาหารระหว่างการเดินทางด้วย จากนั้นจึงได้นำเอาเมล็ดมาปลูกไว้ในบริเวณวัดและหมู่บ้านเพื่อเป็นหลักฐานและบ่งบอกอายุของการก่อตั้งหมู่บ้าน ในสมัยโบราณชาวบ้านมักจะเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านประตูป่า ป่าม่วงจุม" แต่ปัจจุบันยังปรากฏหลักฐานต้นมะม่วงอายุกว่า 200 ปี หลงเหลือให้เห็นเพียงไม่กี่ต้น

อย่างไรก็ตามชาวบ้านรุ่นหลังได้รำลึกถึงประวัติศาสตร์ของชาวยองบ้านประตูป่า จึงได้มีการรณรงค์ฟื้นฟูให้มีการปลูกต้นมะม่วงขึ้นตามริมถนนและฝั่งแม่น้ำหน้าวัดเพื่อสืบทอดประวัติศาสตร์ของบ้านป่าม่วง
ชุมชนบ้านประตูป่า หรือที่ปรากฏในเมืองยองว่า "บ้านป่าม่วง" นับว่าเป็นชุมชนหลักขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญกับชาวยองอีกแห่งหนึ่ง และยังประกอบด้วยหมู่บ้านอื่นที่อพยพเข้ามา พร้อมกันเช่น บ้านหัวยาง บ้านบัว บ้านบาน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ปรากฏชื่ออยู่ในเมืองยองปัจจุบันนี้เช่นกัน จะสังเกตุเห็นว่าในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่มีหมู่บ้านที่นำเอาชื่อเดิมของหมู่บ้าน ในเมืองยองมาตั้งชื่อหมู่บ้านที่อพยพเข้ามาอยู่หลายหมู่บ้าน สันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะชาวยองเหล่านั้นมีความรู้สึกว่าไม่ได้จากบ้านเกิดมา อีกทั้งบางส่วนอาจมีความคิดถึงบ้านจึงนำเอาชื่อหมู่บ้านเดิมมาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้านใหม่แทน

แม้ว่าการตั้งถิ่นฐานของชาวยองจะเป็นการตั้งถิ่นฐานและขยายตัวของชุมชน ตามแนวลำน้ำที่เหมาะสมในการเกษตรเป็นสำคัญ จากหมู่บ้านหลักในลุ่มแม่น้ำกวงบ้านเวียงยอง บ้านยู้ บ้านหลวย บ้านตองได้ขยายตัวออกไปเป็นบ้านหลิ่งห้า(ศรีบุญยืน) เขตลุ่มแม่น้ำปิงห่างจนถึงบ้านหนองหมู บ้านป่าลาน ป่าเห็ว เป็นต้น นอกจาการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวยองในลำพูน ซึ่งถือเป็นประชากรส่วนใหญ่ของเมืองลำพูนแล้ว ยังปรากฏมีชาวไตเขินจากเชียงตุงมาตั้งถิ่นฐานที่บ้านสันดอนรอมในเขตนอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้อีกด้วย ไพร่พลที่อพยพเข้ามาอยู่ในลำพูนนี้ต่อมาได้สืบลูกสืบหลานกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของลำพูน

ขอขอบคุณ ที่มาข้อมูล
จักรพงษ์ คำบุญเรือง
jakrapong@chiangmainews.co.th
www.chiangmainews.co.th
24/1/50




วัดประตูป่า
( ป่าม่วงจุมหัวเวียงหละปูน )
เลขที่ ๙๕ หมู่ที่ ๔ บ้านประตูป่า ตำบลประตูป่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ๕๑๐๐๐โทรศัพท์/โทรสาร (๐๕๓) ๕๓๑ ๐๖๕, มือถือ ๐๑ ๘๘ ๓๓ ๔๐๕

PRATUPA TEMPLE95 Moo 4 Baan Pratupa T.Pratupa A.Muang Lamphun 51000 THAILAND.Tel / Fax : 6653 531 065 Mobile : 01 88 33 405
www.watpratupa.com
E-Mail : watpratupa@hotmail.com

Test your Internet connection speed at Speedtest.net