บ้านประตูป่า
ชุมชนโบราณ ๒๐๐ ปี ลำพูน
ที่มาข้อมูล จักรพงษ์ คำบุญเรืองเมื่อ: 28 พฤศจิกายน
2007
ในจำนวนกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า "ไท" นั้น มีประวัติศาสตร์และวิถีการดำเนินชีวิตอยู่ในดินแดนแถบ
เอเชียบูรพามาเนินนาน อาจกล่าวได้ว่ากลุ่มคน "ไท" เป็นอารยชนที่เก่าแก่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลกก็ว่าได้
ด้วยชนกลุ่มนี้มีลักษณะที่พิเศษทั้งการดำเนินชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมรวมถึงภาษาที่เป็นเอกลักษณ์
ในอดีตชนชาติไท แบ่งแยกตัวเองออกตามชื่อของหมู่บ้านที่อาศัย
ส่วนใหญ่จะพบในแถบพื้นที่ลุ่มทางตอนใต้ของจีน กลุ่มชาวยองก็นับเป็นกลุ่มชนหนึ่งที่มีชื่อรวมอยู่ในกลุ่มชนชาวไท
มีประวัติศาสตร์ของการดำเนินชีวิตและแบบแผนประเพณีอันเป็นของตนเองมาช้านาน
กลุ่มชนนี้เป็นเสมือนต้นบรรพบุรุษของประชาชนชาวลำพูน
ประวัติศาสตร์ของเมืองยองก็คล้ายกับประวัติศาสตร์ของดินแดนต่าง
ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็คือ มักเต็มไปด้วยสงครามการกวาดต้อนผู้คน
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกำลังคนที่มีต่อการสร้างชุมชนเมืองและพัฒนาขึ้นเป็นรัฐ
หลังจากการกวาดต้อนจากเมืองยองมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเมืองลำพูน เมื่อปี
พ.ศ.2348 แล้ว ยังคงมีผู้คนจากเมืองยองอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเขตที่ราบเชียงใหม่
- ลำพูนอีกหลายครั้ง แต่หลักฐานที่ปรากฏอย่างชัดเจนและสามารถสืบค้นเรื่องราวได้นั้นมีอยู่เพียงแค่
2 ครั้งเท่านั้น คือ ในปี พ.ศ.2356 และปี พ.ศ.2395
ใน
พ.ศ.2347 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
เมื่อที่มั่นแห่งสุดท้ายของพม่าในล้านนาคือเมืองเชียงแสนถูกกองทัพของพระเจ้ากาวิละตีแตก
ทำให้สภาพบ้านเมืองในเวลานั้นรกร้างว่างเปล่า ร้างผู้คน หลังจากที่เมืองเชียงใหม่และล้านนาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่านานถึง
200 กว่าปี พระเจ้ากาวิละจึงได้สร้างบ้านแปงเมืองขึ้นใหม่ โดยรวบรวมคนไทยกลุ่มต่าง
ๆ จากหลายที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและเชียงราย โดยให้พระยาอุปราชเชียงใหม่
(เจ้าน้อยธรรมลังกา) ยกทัพไปตีหัวเมืองต่าง ๆ ของอาณาจักรสิบสองปันนา
ตั้งแต่ เมืองยู้ เมืองหลวย เมืองเลน เมืองเชียงขวาง เมืองแล เมืองฮาย
เมืองท่าล้อ เมืองวะ เมืองมาง ฯลฯ โดยได้ตั้งทัพอยู่ที่เมืองยอง
รุ่งขึ้นในปี พ.ศ.2348
พระเจ้ากาวิละจึงได้อพยพผู้คนจากเมืองยองและหัวเมืองต่าง
ๆ ให้เข้ามาบูรณะเมืองเชียงใหม่และบางส่วนถูกส่งมาอาศัยอยู่ในเมืองลำพูน
ซึ่งในยุคนี้เรียกได้ว่าเป็น "ยุคเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง"
ชาวยองที่เข้ามาอาศัยในเมืองลำพูนครั้งนั้น ได้กระจัดกระจายไปตามพื้นที่ต่าง
ๆ ส่วนใหญ่จะตั้งบ้านเรือนอยู่ตามบริเวณที่ราบลุ่มเพื่อประโยชน์ในการเกษตร
หมู่บ้านหรือชุมชนเหล่านี้ถือเป็นหมู่บ้านหลัก ต่อมาจึงได้ขยายชุมชนกระจายไปรอบ
ๆ ตามสภาพภูมิประเทศและความจำเป็นในการประกอบอาชีพ เช่น บริเวณริมฝั่งแม่น้ำกวง
แม่น้ำปิง แม่น้ำทา ภายหลังได้ตั้งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ได้แก่ บ้านเวียงยอง
ริมฝั่งแม่น้ำกวง บ้านยู้ บ้านหลวย บ้านวังไฮ บ้านตอง บ้านหลุก บ้านหลิ่งห้า
บ้านปิงห่าง ริมฝั่งน้ำปิง บ้านประตูป่า บ้านริมปิง บ้านฉางข้าวน้อย
บ้านแซม เป็นต้น
ชาวยองที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านประตูป่า
จังหวัดลำพูน
ก็เหมือนกับชาวยองจากหมู่บ้านอื่น ๆ แต่การจากเมืองยองมาในครั้งนั้นชาวบ้านได้นำเอาผลมะม่วงมาเป็นสะเบียงอาหารระหว่างการเดินทางด้วย
จากนั้นจึงได้นำเอาเมล็ดมาปลูกไว้ในบริเวณวัดและหมู่บ้านเพื่อเป็นหลักฐานและบ่งบอกอายุของการก่อตั้งหมู่บ้าน
ในสมัยโบราณชาวบ้านมักจะเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านประตูป่า
ป่าม่วงจุม" แต่ปัจจุบันยังปรากฏหลักฐานต้นมะม่วงอายุกว่า 200
ปี หลงเหลือให้เห็นเพียงไม่กี่ต้น
อย่างไรก็ตามชาวบ้านรุ่นหลังได้รำลึกถึงประวัติศาสตร์ของชาวยองบ้านประตูป่า
จึงได้มีการรณรงค์ฟื้นฟูให้มีการปลูกต้นมะม่วงขึ้นตามริมถนนและฝั่งแม่น้ำหน้าวัดเพื่อสืบทอดประวัติศาสตร์ของบ้านป่าม่วง
ชุมชนบ้านประตูป่า หรือที่ปรากฏในเมืองยองว่า "บ้านป่าม่วง"
นับว่าเป็นชุมชนหลักขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญกับชาวยองอีกแห่งหนึ่ง
และยังประกอบด้วยหมู่บ้านอื่นที่อพยพเข้ามา พร้อมกันเช่น บ้านหัวยาง
บ้านบัว บ้านบาน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ปรากฏชื่ออยู่ในเมืองยองปัจจุบันนี้เช่นกัน
จะสังเกตุเห็นว่าในจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่มีหมู่บ้านที่นำเอาชื่อเดิมของหมู่บ้าน
ในเมืองยองมาตั้งชื่อหมู่บ้านที่อพยพเข้ามาอยู่หลายหมู่บ้าน สันนิษฐานว่าอาจเป็นเพราะชาวยองเหล่านั้นมีความรู้สึกว่าไม่ได้จากบ้านเกิดมา
อีกทั้งบางส่วนอาจมีความคิดถึงบ้านจึงนำเอาชื่อหมู่บ้านเดิมมาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้านใหม่แทน
แม้ว่าการตั้งถิ่นฐานของชาวยองจะเป็นการตั้งถิ่นฐานและขยายตัวของชุมชน
ตามแนวลำน้ำที่เหมาะสมในการเกษตรเป็นสำคัญ จากหมู่บ้านหลักในลุ่มแม่น้ำกวงบ้านเวียงยอง
บ้านยู้ บ้านหลวย บ้านตองได้ขยายตัวออกไปเป็นบ้านหลิ่งห้า(ศรีบุญยืน)
เขตลุ่มแม่น้ำปิงห่างจนถึงบ้านหนองหมู บ้านป่าลาน ป่าเห็ว เป็นต้น
นอกจาการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวยองในลำพูน ซึ่งถือเป็นประชากรส่วนใหญ่ของเมืองลำพูนแล้ว
ยังปรากฏมีชาวไตเขินจากเชียงตุงมาตั้งถิ่นฐานที่บ้านสันดอนรอมในเขตนอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้อีกด้วย
ไพร่พลที่อพยพเข้ามาอยู่ในลำพูนนี้ต่อมาได้สืบลูกสืบหลานกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของลำพูน
ขอขอบคุณ ที่มาข้อมูล
จักรพงษ์ คำบุญเรือง
jakrapong@chiangmainews.co.th
www.chiangmainews.co.th
24/1/50
|