วิหารวัดประตูป่า
อุโบสถ วัดประตูป่า
ธรรมมาสหลวง
เจดีย์วัดประตูป่า
ซุ้มทางเข้าเจดีย์
หอจุดเทียน
หอธรรมวัดประตูป่า
พระประธานในโบสถ
หีบธรรม
คัมภีร์โบราณ
อุโบสถ วัดประตูป่า
กำแพงเก่า
หอระฆัง
หอประดิษฐานรูปเหมือนครูบาธรรมชัย
กำแพงเก่า
สระน้ำ
หอระฆัง
เจดีย์วัดประตูป่า
ซุ้มทางเข้าเจดีย์
http://watpratupa.blogspot.com/ youtube.com/watpratupa
เพื่อความสวยงามในการรับชมเวปไซค์กรุณา Download Font ที่ใช้ในเวปไซค์นี้ที่นี่ l Download winrar l ปรับจอภาพให้เป็น 1280 x 800 pixels
 
   

ข้อมูลพื้นฐานชุมชนบ้านประตูป่า
อาณาเขตติดต่อ
ชุมชนวัดประตูป่า ตั้งอยู่ในตำบลประตูป่าและตำบลเหมืองง่า ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวจังหวัดลำพูนประมาณ 5 กิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ระยะทางประมาณ 689 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้
ทิศเหนือ
ติดกับ เขตหมู่บ้านล่ามช้าง ตำบลประตูป่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน บ้านเกาะทราย บ้านหลุก ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ทิศใต้
ติดกับ เขตหมู่บ้านต้นแงะ บ้านสันหัววัว ตำบลประตูป่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ทิศตะวันออก
ติดกับ ทุ่งนาเขตหมู่บ้าน เหมืองง่า ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ทิศตะวันตก
ติดกับ เขตหมู่บ้านศรีสุพรรณ หมู่บ้านชัยชนะ หมู่บ้านล่ามช้าง ตำบลประตูป่า
อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ลักษณะที่ตั้ง ภูมิประเทศ
ชุมชนวัดประตูป่ามีลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำชลประทานแม่ปิง ซึ่งมีสาขาแม่น้ำลำคลอง ไหลผ่านเพื่อหล่อเลี้ยงในพื้นที่ ดังนี้
1. ลำคลองชลประทานแม่ปิงเก่า ต้นลำคลองอยู่ที่ฝายทดน้ำชลประทานแม่ปิง ตำบลดอนแก้ว อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่สุด ในการผันน้ำเข้าหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตร ที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดลำพูน
2. ลำเหมืองไม้แดง ต้นน้ำอยู่ที่ฝายทดน้ำที่ 5 บ้านหนองมูล ตำบลประตูป่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นคลองชลประทานที่ผันน้ำหล่อเลี้ยงทุ่งหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ทางการเกษตรที่สำคัญของชุมชนวัดประตูป่าและตำบลใกล้เคียง
3. ลำเหมืองเหยี่ยน ต้นน้ำอยู่ที่ ตำบลหนองช้างคืนไหลผ่านตำบลเหมืองง่า มาบรรจบกับลำเหมืองไม้แดง เป็นเหมืองสำหรับระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก เพราะอยู่ในที่ลุ่มกลางทุ่งนา

ลักษณะภูมิอากาศ
ชุมชนวัดประตูป่า ตั้งอยู่ในจังหวัดลำพูน ซึ่งอยู่ในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเซีย จึงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านทะเลและมหาสมุทรอินเดียนำเอาฝนมาตกในฤดูฝนและลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านประเทศจีน นำเอาความแห้งแล้งและความหนาวเย็นมาให้ในฤดูหนาว นอกจากนี้มักจะมีพายุหมุนเขตร้อนเป็นบางครั้ง เช่น พายุดีเปรสชั่นเคลื่อนที่พัดผ่านมาเป็นครั้งคราวในช่วงฤดูฝน พายุฝนฟ้าคะนองซึ่งเกิดจากความกดอากาศแปรปรวนทำให้มีลมกรรโชกแรงเป็นครั้งคราวหรือมีลูกเห็บตกร่วมด้วย ฤดูกาลของชุมชนวัดประตูป่า พิจารณาตามลักษณะลมฟ้าอากาศของภาคเหนือประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 ฤดู ดังนี้

1 ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีลมมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่าน ทำให้มีอากาศหนาวเย็นทั่วไป เดือนที่มีอากาศหนาวจัดคือ เดือน ธันวาคมและมกราคม
2 ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ระยะนี้เป็นช่วงว่างของฤดูมรสุม อากาศจะร้อนอบอ้าวทั่วไปเดือนเมษายนจะมีอากาศร้อนที่สุด
3 ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อากาศจะชุ่มชื้นและมีฝนซุกโดยเฉพาะเดือนที่มีฝนตกมากที่สุดคือเดือน สิงหาคม
ด้านอุณหภูมิ เนื่องจากชุมชนวัดประตูป่าเป็นพื้นที่ราบ ทำให้อากาศร้อนอบอ้าวในฤดูร้อนและร้อนชื้นในฤดูฝน เคยร้อนสูงสุดวัดได้ 42.6 องศาเซนเซียส ฤดูร้อนเฉลี่ย 30.37 องศาเซนเซียส ฤดูหนาว ต่ำสุด 11.8 องศาเซนเชียส เฉลี่ย 21.63 เซนเซียส ฤดูฝน อุณหภูมิเฉลี่ย 28.43 องศาเซนเชียส
ในด้านปริมาณน้ำฝนอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างน้อย โดยประมาณ 1,084 ลูกบาศก์มิลลิเมตร ต่อปี และฝนตกเฉลี่ยประมาณ 109 วัน
ด้านลมพัดผ่าน มีลมพัดผ่านประจำตลอดปี ดังนี้
เดือน ตุลาคมและพฤศจิกายน จะเป็นลมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 1 - 2 กิโลเมตร / ชั่วโมง
เดือนธันวาคมและมกราคม จะเป็นลมทิศตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็วเฉลี่ย 1 - 2 กิโลเมตร / ต่อชั่วโมง
เดือนมีนาคมถึงกันยายน จะเป็นลมทิศตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็วลมเฉลี่ย 2 - 6 กิโลเมตร / ชั่วโมง
กำลังลมสูงสุดที่เคยตรวจวัดได้ในฤดูกาลต่าง ๆ มีดังนี้
ฤดูหนาวเคยตรวจลมสูงสุดได้ 46 กิโลเมตร / ชั่วโมง
ฤดูร้อนเคยตรวจลมสูงสุดวัดได้ 93 กิโลเมตร / ชั่วโมง
ฤดูฝนเคยตรวจวัดได้สูงสุด 80 กิโลเมตร / ชั่วโมง
ในด้านพายุหมุนเขตร้อน ที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นพายุดีเปรสชั่น ที่ก่อตัวในทะเลจีน ส่วนใหญ่จะอ่อนกำลังลงแล้ว ทำให้มีฝนตกหนักมีลมกรรโชกแรงแต่ก็ไม่ถึงกับทำให้น้ำท่วม พายุที่มักจะทำให้บ้านเรือนและสวนผลไม้เสียหายคือพายุฤดูร้อนที่เกิดจากความกดอากาศแปรปรวน และพายุลูกเห็บ ซึ่งนาน ๆ จะเกิดเป็นบางครั้ง
ด้านการคมนาคมขนส่งและการสื่อสาร
การคมนาคมขนส่ง
การคมนาคม การเดินทางจากหมู่บ้านชุมชนวัดประตูป่ากับตัวเมืองลำพูนหรือต่างอำเภอ ต่างจังหวัดทำได้หลายวิธี หลายเส้นทาง ถนนสายหลัก คือ
1) ถนนหนองมูล - หนองเส้ง ใช้เดินทางไปตัวจังหวัดลำพูนและ ไปต่างจังหวัด
2) ถนนประตูป่า - เหมืองง่า ใช้เดินทางไปตัวจังหวัดลำพูนและ ต่างจังหวัด
3) ถนนริมปิง - ป่าเห็ว ใช้เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่
ในการเดินทางไปต่างจังหวัดหรือไปกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางได้วิธี ดังนี้
- ทางรถยนต์โดยสารที่บริษัทขนส่งจำกัด หรือนั่งรถของบริษัทท่องเที่ยวซึ่งสามารถเดินทางจากชุมชนวัดประตูป่าไปถึงสถานีขนส่งลำพูน ประมาณ 7 กิโลเมตร
- ทางรถไฟ สามารถเดินทางจากชุมชนประตูป่าไปขึ้นรถไฟที่สถานรถไฟลำพูน ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร
- ทางอากาศ ระยะทางจากชุมชนวัดประตูป่าไปขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ประมาณ 30 กิโลเมตร
- สำหรับการคมนาคมทางน้ำไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ด้านการสื่อสาร
มีการบริการในด้านการสื่อสารดังนี้
1) การไปรษณีย์โทรเลข มีบริการสำนักงานไปรษณีย์โทรเลขที่ใกล้ชุมชนวัดประตูป่า อยู่ 2 แห่ง คือ
- ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขจังหวัดลำพูนอยู่ห่างจากชุมชนวัดประตูป่า ระยะทาง ประมาณ 4 กิโลเมตร
- ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขอุโมงค์ อยู่ห่างจากชุมชนวัดประตูป่า ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร
- มีตู้ไปรษณีย์ประจำชุมชน ตั้งอยู่หน้าวัดประตูป่า
2) การโทรศัพท์ ชุมชนวัดประตูป่ามีบริการทางโทรศัพท์ ดังนี้
- โทรศัพท์บ้าน ขององค์การโทรศัพท์ และ ทีทีแอนด์ที
- โทรศัพท์สาธารณะ บริการหน้าวัดประตูป่า บ้านหนองมูล
- โทรศัพท์มือถือ สามารถใช้เครือข่ายของวันทูคอล ค่ายดีแทคซ์ และค่ายจีเอสเอ็ม และค่ายอื่น ๆ

ด้านประชากร
จำนวนครัวเรือน เชื้อชาติ ศาสนา
ชุมชนวัดประตูป่ามีจำนวนประชากรและครัวเรือนแยกตามหมู่บ้าน ดังนี้
1 หมู่ที่ 4 บ้านประตูป่า - หนองมูล จำนวน 269 หลังคาเรือน ประชากร 943 คน
2 หมู่ที่ 9 บ้านสันใจยา จำนวน 73 หลังคา ประชากร 214 คน
3 หมู่ที่ 5 บ้านท่ากว้าง จำนวน 20 หลังคา ประชากร 59 คน
4 หมู่ที่ 3 บ้านหนองกออ้อ จำนวน 73 หลังคา ประชากร 214 คน
5 บ้านหัวยาง บ้านบาน จำนวน 287 หลังคา ประชากร 771 คน
ประชากรสัญชาติไทย ร้อยละ 90 เป็นคนยอง พูดภาษายอง ร้อยละ 8 เป็นคนเมือง
พูดภาษาคำเมืองหรือภาษาไตยวน นอกนั้นเป็นคนไทยภาคกลางหรือภาคอื่น ๆ อพยพเข้ามาอยู่ใหม่
ด้านศาสนา ร้อยละ 100 นับถือศาสนาพุทธ โดยมีวัดประตูป่าเป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติกิจกรรมทางพุทธศาสนา
ด้านการสาธารณูปโภค
การไฟฟ้า
ชุมชนประตูป่ามีไฟฟ้าใช้ครบทุกครัวเรือนอย่างเพียงพอ และยังมี บริการไฟฟ้าราคาประหยัดเพื่อการเกษตร หน่วยงานที่บริการไฟฟ้าคือ สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลำพูน และได้ไฟฟ้ามาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งมีโรงผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำที่เขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก และโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานถ่านหิน อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
การประปา
ชุมชนวัดประตูป่าทุกหมู่บ้านมีระบบประปาใช้ครบทุกครัวเรียน โดยการสนับสนุนงบประมาณการสร้างระบบประปาหมู่บ้านจากกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข และประปาหมู่บ้าน จากกระทรวงมหาดไทย มีการบริหารกันภายในหมู่บ้านในรูปของคณะกรรมการประปาหมู่บ้าน มีการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย จากเจ้าหน้าที่กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข เป็นประจำทุกปี
ด้านการสาธารณสุข
ชุมชนวัดประตูป่าทุกหมู่บ้านมีการจัดการด้านการสาธารณสุข และการเฝ้าระวังโรคติดต่ออย่างเป็นระบบ โดยมีองค์กรอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รับผิดชอบร่วมกับเจ้าหน้าที่อนามัยหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำตำบล โดยจัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น
1. กิจกรรมการรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก เช่น ฉีดพ่นหมอกควันทุกบ้านการใส่ทรายอะเบท
2. การตรวจสุขภาพประจำปีและการรักษาโรคทั่วไป ของสถานีอนามัยตำบลประตูป่าซึ่งอยู่ห่างจากชุมชนวัดประตูป่า ระยะทาง 2 กิโลเมตร
3. การรักษาโรคตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ของโรงพยาบาลลำพูน ซึ่งอยู่ห่างจากชุมชนวัดประตูป่า ระยะทาง 5 กิโลเมตร
4. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ

ด้านอาชีพและเศรษฐกิจ
ประชาชนที่อยู่ในชุมชนวัดประตูป่า ประกอบอาชีพที่หลากหลาย ตามความถนัดความสนใจ และสภาพความเหมาะสมความพร้อมของแต่ละครอบครัว ดังนี้
1. อาชีพเกษตรกรรม เนื่องพื้นที่นาที่สวนเป็นที่ราบลุ่ม ดิน น้ำอุดมสมบูรณ์ จึงเหมาะแก่การเกษตรกรรม ราษฎรส่วนใหญ่จึงทำสวนลำไยเป็นอาชีพหลัก สมัยก่อนจะ ทำนาทำสวน ทำไร่ ต่อมาลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ดีกว่า จึงเลิกการทำนากันเกือบหมดหันมาปลูกลำไยแทน แต่ก็ยังมีการทำสวนผักผสมผสานกันบ้าง เช่น ปลูกผักกาด ผักบุ้ง ผักคะน้า ผักชี ต้นหอม และผักอื่นๆ ตามฤดูกาล สามารถทำรายได้ดีพอสมควรเพียงพอต่อการดำรงชีพอย่างสันติสุข และสามารถส่งไปขายในตลาดในเมือง ปัจจุบันการทำสวนลำไยเริ่มมีปัญหาผลิตราคาตกต่ำ ปัญหาสารพิษตกค้าง และมลภาวะเป็นพิษ ราษฎรที่เป็นเกษตรกรเริ่มมีปัญหาด้านเศรษฐกิจแต่ละครอบครัวมีหนี้สินกับธนาคาร สหกรณ์ และกองทุนเงินล้านประจำหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก
2. อาชีพค้าขาย ราษฎรบางส่วนนอกจากจะมีสวนลำไยเป็นของตนเองแล้วยังประกอบอาชีพ ค้าขายเป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม เช่น การค้าขายพืชผลทางการเกษตร เช่น ลำไย พืชผัก ผลไม้ ขายของชำ ขายอาหาร เครื่องดื่ม ในหมู่บ้านจะมีตลาดนัดประจำวัน อังคาร ตลอดวัน และตลาดสดเปิดตลอดวันทุกวัน
3. อาชีพอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กหรือภายในครัวเรือน มีไม่ค่อยมาก เช่น โรงงานอบลำไยแห้ง โรงงานคัดแยกทำกระเทียมสำเร็จรูป โรงงานดองผักผลไม้ หน่อไม้ โรงงานทำถุงมือ เป็นต้น
4. อาชีพหัตถกรรม เป็นการผลิตเครื่องใช้สอยโดยใช้ฝีมือทำกันภายในครัวเรือนในลักษณะของ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การจักสานเครื่องใช้ การทำกระบวย การถักแห ถักยอ ทำหมวกใบลาน การปั้นเครื่องเชรามิค เป็นต้น
5. อาชีพบริการ ในชุมชนมีราษฎรประกอบอาชีพบริการหลายประเภท เช่น ช่างตัดผม ช่าง ตัดเย็บเสื้อผ้า ช่างซ่อมไฟฟ้า ช่างประปา ช่างซ่อมเครื่องยนต์ รับจ้างซักผ้า รับจ้างพ่นยาฆ่าแมลง พนักงานขับรถ รับจ้างทั่วไป
6. อาชีพพนักงานเช่น ไปทำงานเป็นพนักงานสถานประกอบการในเมือง หรือนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวอายุไม่เกิน 45 ปี
7. อาชีพครู มีทั้งครูโรงเรียนรัฐบาลและเอกชน แต่มีไม่มากหมู่บ้านละ ประมาณ 1 - 2 คน
8. อาชีพรับราชการเช่น ตำรวจ ทหาร พยาบาล อื่น ๆ ซึ่งอาชีพรับราชการมีค่อนข้างน้อยมาก
ด้านการศึกษา
ประชาชนในชุมชนอายุ 40 ปี ขึ้นไปส่วนใหญ่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อายุ 15 - 39 ส่วนใหญ่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สถานศึกษาที่ให้การศึกษา มีดังนี้
1. สถานรับเลี้ยงเด็กก่อนเข้าโรงเรียนบ้านหัวยาง
2. โรงเรียนบ้านประตูป่า ให้การศึกษาระดับก่อนปฐมวัย จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
3. นักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านประตูป่า สามารถไปเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 ที่โรงเรียน
- จักรคำคณาทร ระยะทาง 3 กิโลเมตร
- ส่วนบุญโญปถัมป์ ระยะทาง 5 กิโลเมตร
- ศรีสุพรรณ ระยะทาง 2 กิโลเมตร
- อุโมงค์วิทยคม ระยะทาง 7 กิโลเมตร
4. ระดับอุดมศึกษา ได้แก่
- วิทยาลัยเทคนิคลำพูน ระยะทาง 5 กิโลเมตร
- วิทยาลัยเกษตรกรรมลำพูน ระยะทาง 15 กิโลเมตร
- วิทยาลัยเทคโนโลยีหมู่บ้านครู ระยะทาง 10 กิโลเมตร
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะทาง 30 กิโลเมตร
- มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ระยะทาง 30 กิโลเมตร
- มหาวิทยาลัยพายัพ ระยะทาง 25 กิโลเมตร
- มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ระยะทาง 40 กิโลเมตร
- สถาบันการศึกษาในต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร
จำนวนประชากร/ลักษณะประชากร/ชาติพันธุ์
ตำบลประตูป่าปัจจุบันมีประชากรทั้งสิ้น จำนวน 5,386 คน แยกเป็นชาย 2,539 คน
เป็นหญิง 2,847 คน ความหนาแน่นของประชากร โดยเฉลี่ยเท่ากับ 431 คน ต่อพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร

ภาษาพูด
ภาษายอง (Yong) มีผู้พูดในประเทศไทย 12,561 คน ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ผู้พูดพูดภาษาไทยถิ่นเหนือได้ด้วย นับถือศาสนาพุทธ อาจมีผู้พูดภาษานี้ในเมืองยอง รัฐฉาน ประเทศพม่า ใกล้เคียงกับภาษาไทลื้อ จัดอยู่ในตระกูลภาษาไท-กะได ภาษากลุ่มคำ-ไท สาขาเบ-ไท สาขาย่อยไต-แสก
ภาษาพูดที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นชาวประตูป่า ได้แก่ ภาษาคำเมือง ภาษาคำยอง ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นที่ชนพื้นเมืองดั้งเดิมใช้กันอยู่
การแต่งกาย
ในอดีตผู้หญิงชาวยองจะสวมเสื้อแขนยาว ป้ายตรงด้านหน้า เรียกว่า “เสื้อปั๊ด” ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้าย ชาวยองนิยมสีอ่อนเช่น สีขาว สีฟ้าหรือสีชมพู ในโอกาสพิเศษจะสวมเสื้อปั๊ดที่ตัดเย็บด้วยผ้า
แพรจีน ในฤดูหนาวจะสวมเสื้อกำมะหยี่สีดำ บุนวม เรียก “เสื้อปุก”
หญิงไทยองจะเกล้าผมมวยสูง ใช้ผ้าโพกศีรษะ เคียนหัว เวลาออกนอกบ้าน ผ้าเคียนหัวใช้ ผ้าสีอ่อน เป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าแพรจีนผ้าซิ่นเป็นซิ่นแบบไทลื้อที่เรียก “ซิ่นตาลื้อ” เป็นซิ่นสองตะเข็บ มีโครงสร้างเป็นริ้วขวางลำตัวที่ไม่สม่ำเสมอแต่เป็นแบบแผน ผ้าซิ่นประกอบด้วย 3 ส่วน คือ หัวซิ่น ตัวซิ่น และตีนซิ่น มีซิ่นที่เป็นผ้าฝ้ายใช้สวมใส่ในชีวิตประจำวัน ส่วนในโอกาสพิเศษจะสวมซิ่นที่ทอจากไหมต่อตีนซิ่นด้วยผ้าแพรจีนสีเขียว นอกจากนี้ยังพบซิ่นที่นำผ้าแพรจีนมาเป็นซิ่นทั้งผืนก็มีผ้าซิ่นอีกชนิดหนึ่งคือ ซิ่นโยน คือซิ่นไหมทอเป็นริ้วขวางลำตัวอย่างสม่ำเสมอกันแบบผ้าซิ่นของไทยวน หรือไทโยนก แสดงถึงอิทธิพลของไทยวนที่มีต่อการแต่งกายของคนไทยองปัจจุบันสตรีชาวเมืองยองในปัจจุบันไม่ได้แต่งกายตามแบบเดิมแล้ว แต่สวมเสื้อแบบไทใหญ่และนุ่งผ้าซิ่นที่ใช้ผ้าทอจากโรงงาน แต่ยังคงเกล้าผมและเคียนหัวตามอย่างเดิม
ส่วนผู้ชายชาวยอง จะแต่งกายด้วย ชุดไต คือจะสวมเสื้อแขนยาวผ่าหน้า คอกลมหรือคอ
ตั้ง สวมเตี่ยวสะดอ เคียนหัวด้วยผ้าสีอ่อน
ชาวไทยองอพยพเข้ามาอยู่ในล้านนามากกว่า 200 ปี มีการผสมผสานกับวัฒนธรรมไทยวน
จนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ยังคงอัตลักษณ์ของตนไว้อยู่ คือ ภาษาพูด และที่สำคัญคือ ทักษะ
การทอผ้า แม้ว่าในปัจจุบันชาวไทยองในล้านนาจะไม่ได้ทอผ้าและแต่งกายตามแบบแผนดั้งเดิม
ของตนอีกต่อไปจากการเก็บข้อมูลในพื้นที่ จ.ลำพูน พบว่าแต่เดิม สตรีชาวไทยองยังทอผ้าไว้ใช้เองอยู่ เช่น
ผ้าหลบ ผ้าห่ม และตุงไว้ถวายวัด แต่ก็ไม่ได้ทอตกแต่งลวดลายมากเหมือนชาวยองที่เมืองยองใน
สหภาพเมียนมาร์ อาจเนื่องจากสภาพสังคมที่มีความเจริญขึ้น สามารถหาซื้อผ้าสำเร็จรูปจากตลาด
ทำให้ผู้หญิงชาวไทยองรุ่นใหม่ไม่ได้สนใจการทอผ้าอีกต่อไป


วัดประตูป่า( ป่าม่วงจุมหัวเวียงหละปูน ) เลขที่ ๙๕ หมู่ที่ ๔ บ้านประตูป่า ตำบลประตูป่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ๕๑๐๐๐โทรศัพท์/โทรสาร (๐๕๓) ๕๓๑ ๐๖๕, มือถือ ๐๑ ๘๘ ๓๓ ๔๐๕
PRATUPA TEMPLE 95 Moo 4 Baan Pratupa T.Pratupa A.Muang Lamphun 51000 THAILAND.Tel

www.watpratupa.com
E-Mail : watpratupa@hotmail.com
Test your Internet connection speed at Speedtest.net


 
   
     
ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ Sunday, 22 August, 2010 10:35 PM

 

เลื่อน พระครู คนยอง ยอง ปอยหลวง ประเพณี ล้านนา ลำพูน สลาก สลากย้อม ป่าม่วง ยี่เป็ง ตานข้าวใหม่ ลูกแก้ว สิบสองเป็ง เป็งปุ๊ด หอธรรม หอไตร บริจาก เจ้าภาพ ถวาย เข้ากรรม สรงน้ำธาตุ ครูบา ครูาธรรมชัย คาถา